![]() |
| ครูหยกและกลุ่มนักเรียน |
การเรียนตั้งแต่เริ่มต้นไม่ใช่เรื่องน่าอาย
หลายๆคนที่กำลังสับสนในการเรียนภาษาอังกฤษ หากมีการฝึกฝนพัฒนาให้มากยิ่งขึ้น
จะทำให้การเรียนของคุณเป็นไปในทางที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน
เริ่มตั้งแต่วันนี้ยังดีกว่าที่จะไม่ลงมือทำ ลองดูว่าคุณพลาดตรงไหน
อะไรที่คุณยังไม่รู้และอยากเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นวัยเรียนหรือวัยทำงาน
การเรียนไม่ใช่เรื่องน่าอายแม้จะเริ่มในระดับที่ต่ำ
แต่อย่างน้อยคุณก็ได้ทำในสิ่งที่จะช่วยพัฒนาตัวเองให้เก่งจากการเรียนเพื่อที่จะได้นำไปใช้ประโยชน์ต่อไป ซึ่งการเรียนที่จะประสบผลสำเร็จได้นั้นไม่ใช่เพียงแค่ให้คุณไปนั่งท่องจำอย่างเดียว
หากแต่เมื่อเรียนแล้วจะต้องสามารถเข้าใจในสิ่งที่ผู้สอนภาษาอังกฤษสื่อสารด้วย การเข้าใจต่อการฟัง
การพูด การอ่าน หรือการเขียน บวกกับความตั้งใจก็จะทำให้กล้าที่จะเรียนให้ดีขึ้น แม้จะไม่ได้เรียนทุกวันก็อย่าลืมฝึกให้ครบทักษะทั้ง
4 คือ ฟัง พูด อ่าน และเขียน ซึ่งการเรียนรู้ด้วยทักษะดังกล่าวสามารถทำได้หลายวิธี
ไม่ว่าจะเป็นการท่องคำศัพท์ การอ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์
การอ่านบทความต่างๆ ที่เป็นภาษาอังกฤษ รวมทั้งการฟังเพลงหรือดูหนังภาพยนตร์ต่างประเทศ
เทคนิคการจำ
เทคนิคที่เราสามารถประยุกต์ใช้ในขณะเรียนได้ด้วย นั่นคือการหาสมุดจดคำศัพท์และพกติดตัวอยู่เสมอ ช่วงเวลาไหนว่างๆ
ก็สามารถนำขึ้นมาอ่านเพื่อทบทวนได้ หรือเวลาที่เกิดคำถาม ณ ตอนนั้น
การจดในสมุดที่พกไว้ก็จะช่วยทำให้คุณเก็บข้อข้องใจแล้วนำไปถามผู้สอนภาษาอังกฤษในคลาสที่คุณเรียนก็ได้ และสำคัญอย่างมากก็คือการหมั่นพยายามทำแบบทดสอบภาษาอังกฤษอยู่สม่ำเสมอ ที่สำคัญคือการพยายามค้นหาทางออกอยู่เสมอ ว่าจะทำอย่างไรดีจึงจะเรียนให้ได้ผลดีสุด
เพราะต่อให้รู้เทคนิคการสอนมาแล้ว
หากแต่ไม่รู้เทคนิคการจำก็อาจจะทำให้สิ่งที่เรียนไปสูญเปล่า
ซึ่งบางสถาบันสอนภาษาอาจจะสอนเทคนิคที่แตกต่างกัน แต่ละคนมีเทคนิคการเรียนและการจดจำแตกต่างกัน
บางคนมีการจดจำได้ดีด้วยการอ่าน บางคนจดจำได้ด้วยการเขียน บางคนกลับจดจำได้ดีเมื่อเรียนเป็นกลุ่มกับเพื่อนๆ
หรือบางคน จดจำได้ดีเมื่ออยู่ในที่ที่สงบๆ
เมื่อเริ่มเรียนบทเรียนภาอังกฤษใหม่
ก็ควรหมั่นทบทวนบทเรียนเก่าๆ ด้วยอย่างสม่ำเสมอ และหากมีคำศัพท์ใหม่มาก็ต้องท่องบ่อยๆ
หรือท่องทุกวันจะช่วยให้จำได้ง่ายขึ้น การเรียนรู้ตามรูปแบบของการเรียนจากสถาบันการสอนภาษา
จะทำให้คุณรู้เทคนิคการเรียนได้มากขึ้น และหากเจอคำศัพท์ที่ไม่เข้าใจในประโยค
ลองใช้วิธีจากการดูคำศัพท์อื่นรอบๆ คำศัพท์นั้นก่อน ซึ่งคำศัพท์เหล่านั้นจะช่วยบอกใบ้ให้ทราบ
แล้วลองเดาความหมายของคำศัพท์นั้นดู หรือจะขจัดข้อสงสัยและความไม่เข้าใจด้วยการถามอาจารย์ที่สอนภาษาอังกฤษหรือถามเพื่อนร่วมชั้นเรียน
อย่าอายที่จะถามไม่ควรเก็บมันไว้
ภาษาอังกฤษไม่ยากหากมีความมุ่งมั่นและตั้งใจ
หัวใจหลักคือการเข้าใจความหมายของรากคำศัพท์ต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถแปลหรือเดาความหมายของคำศัพท์ได้ง่ายขึ้น
หากมีการศึกษา prefix หรือ suffix จะช่วยให้คุณสามารถเดาความหมายของคำศัพท์ได้มากขึ้นเช่นกัน
สำหรับการออกเสียงในภาษาอังกฤษจะไม่เหมือนกับภาษาต่างประเทศอื่นๆ เพราะคำศัพท์ภาษาอังกฤษจะมีการลงเสียงหนัก
เบา หรือเรียกว่าสเตรท( stress) นั่นเอง นอกจากนี้การเรียนโดยการดู DVD ที่เป็นเสียงซาวด์แทร็ค แรกๆ อาจจะเปิดซับไทยด้วย เพื่อให้คุณเข้าใจประโยค เมื่อคล่องแล้วในรอบถัดไป
ลองทดสอบตัวเองด้วยการเลือกดูแบบไม่มีซับไตเติลก็จะทำให้เข้าใจมากขึ้น การดูและฝึกฝน หลายๆ รอบ จะทำให้คุณสามารถฝึกทั้งการฟังและการอ่านเป็นภาษาอังกฤษได้และจะทำให้คุณจดจำได้ดี รวมทั้งยังสามารถนำคำศัพท์และประโยคต่างๆ จากการดูหนังมาใช้ในชีวิตประจำวันได้
เพราะประโยคที่พูดกันในหนังส่วนใหญ่จะเป็นภาษาพูดไม่ใช่ภาษาเขียน และที่สำคัญไม่ควรแปลประโยคจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยทันที ลองคิดเป็นภาษา อังกฤษและฝึกพูดกับตัวเอง
ซึ่งการฝึกวิธีนี้จะทำให้คุณใช้ภาษาอังกฤษได้คล่องขึ้น พยายามใช้ภาษาอังกฤษให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แต่หากคุณเจอคำศัพท์ใหม่ที่คุณไม่เข้าใจ อย่ารีบแปลคำศัพท์คำนั้นแต่ลองแปลบทความโดยรวมก่อน
จากนั้นค่อยกลับไปหาคำศัพท์นั้นอีกครั้ง
หากคุณรู้สึกว่าทำไมภาษาอังกฤษยากเหลือเกิน
ให้คิดบวกว่าอย่ายอมแพ้ และเพิ่มความพยายามจะทำให้คุณประสบความสำเร็จในที่สุด
และอย่าคิดว่าคุณยังเด็กหรือแก่เกินกว่าที่จะเรียนภาษาอังกฤษ ซึ่งการเรียนรู้ไม่มีคำว่าสายเกินไป

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น