วันศุกร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

เทคนิคการเรียนภาษาอังกฤษ

ครูหยกและกลุ่มนักเรียน
เทคนิคการเรียนภาษาอังกฤษให้เก่งมันมีอยู่หลายวิธี ขึ้นอยู่ที่ว่าคุณมีความตั้งใจมากแค่ไหน และชอบทำอะไร พูด ฟัง อ่าน หรือเขียน แต่หากจะให้เรียนภาอังกฤษเก่งจริงๆ นั้น จะต้องทำได้ดีทุกๆ อย่าง เพราะมันคือสิ่งที่จะต้องใช้เพื่อให้ทุกอย่างสัมพันธ์กัน พยายามใช้ทุกอย่างในชีวิตประจำวันประยุกต์ใช้ให้เป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งคุณสามารถทำอะไรก็ได้อย่างมีความสุขและไม่น่าเบื่อ หากชอบทำอาหารลองเปลี่ยนเมนูอาหารให้เป็นเมนูภาษาอังกฤษ  หรือหากชอบเล่นกีฬาหรือดนตรี ก็ลองดาวน์โหลดวิดีโอการฝึกซ้อมแบบภาษาอังกฤษ หรือฟังเพลงภาษาอังกฤษบ่อยๆ  หากชอบเล่นเกมส์ก็ฝึกอ่านคู่มือเกมภาษาอังกฤษ ทุกอย่างให้มีความเป็นภาษาอังกฤษตลอด มันจะทำให้คุณหลงรักไปโดยไม่รู้ตัวเลยล่ะ
  

การเรียนตั้งแต่เริ่มต้นไม่ใช่เรื่องน่าอาย

หลายๆคนที่กำลังสับสนในการเรียนภาษาอังกฤษ หากมีการฝึกฝนพัฒนาให้มากยิ่งขึ้น จะทำให้การเรียนของคุณเป็นไปในทางที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน เริ่มตั้งแต่วันนี้ยังดีกว่าที่จะไม่ลงมือทำ ลองดูว่าคุณพลาดตรงไหน อะไรที่คุณยังไม่รู้และอยากเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นวัยเรียนหรือวัยทำงาน การเรียนไม่ใช่เรื่องน่าอายแม้จะเริ่มในระดับที่ต่ำ แต่อย่างน้อยคุณก็ได้ทำในสิ่งที่จะช่วยพัฒนาตัวเองให้เก่งจากการเรียนเพื่อที่จะได้นำไปใช้ประโยชน์ต่อไป ซึ่งการเรียนที่จะประสบผลสำเร็จได้นั้นไม่ใช่เพียงแค่ให้คุณไปนั่งท่องจำอย่างเดียว หากแต่เมื่อเรียนแล้วจะต้องสามารถเข้าใจในสิ่งที่ผู้สอนภาษาอังกฤษสื่อสารด้วย การเข้าใจต่อการฟัง การพูด การอ่าน หรือการเขียน บวกกับความตั้งใจก็จะทำให้กล้าที่จะเรียนให้ดีขึ้น แม้จะไม่ได้เรียนทุกวันก็อย่าลืมฝึกให้ครบทักษะทั้ง 4 คือ ฟัง พูด อ่าน และเขียน ซึ่งการเรียนรู้ด้วยทักษะดังกล่าวสามารถทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการท่องคำศัพท์  การอ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ การอ่านบทความต่างๆ ที่เป็นภาษาอังกฤษ รวมทั้งการฟังเพลงหรือดูหนังภาพยนตร์ต่างประเทศ

เทคนิคการจำ

เทคนิคที่เราสามารถประยุกต์ใช้ในขณะเรียนได้ด้วย นั่นคือการหาสมุดจดคำศัพท์และพกติดตัวอยู่เสมอ  ช่วงเวลาไหนว่างๆ ก็สามารถนำขึ้นมาอ่านเพื่อทบทวนได้ หรือเวลาที่เกิดคำถาม ณ ตอนนั้น การจดในสมุดที่พกไว้ก็จะช่วยทำให้คุณเก็บข้อข้องใจแล้วนำไปถามผู้สอนภาษาอังกฤษในคลาสที่คุณเรียนก็ได้  และสำคัญอย่างมากก็คือการหมั่นพยายามทำแบบทดสอบภาษาอังกฤษอยู่สม่ำเสมอ ที่สำคัญคือการพยายามค้นหาทางออกอยู่เสมอ ว่าจะทำอย่างไรดีจึงจะเรียนให้ได้ผลดีสุด เพราะต่อให้รู้เทคนิคการสอนมาแล้ว หากแต่ไม่รู้เทคนิคการจำก็อาจจะทำให้สิ่งที่เรียนไปสูญเปล่า ซึ่งบางสถาบันสอนภาษาอาจจะสอนเทคนิคที่แตกต่างกัน แต่ละคนมีเทคนิคการเรียนและการจดจำแตกต่างกัน บางคนมีการจดจำได้ดีด้วยการอ่าน บางคนจดจำได้ด้วยการเขียน บางคนกลับจดจำได้ดีเมื่อเรียนเป็นกลุ่มกับเพื่อนๆ หรือบางคน จดจำได้ดีเมื่ออยู่ในที่ที่สงบๆ  

เมื่อเริ่มเรียนบทเรียนภาอังกฤษใหม่ ก็ควรหมั่นทบทวนบทเรียนเก่าๆ ด้วยอย่างสม่ำเสมอ  และหากมีคำศัพท์ใหม่มาก็ต้องท่องบ่อยๆ หรือท่องทุกวันจะช่วยให้จำได้ง่ายขึ้น  การเรียนรู้ตามรูปแบบของการเรียนจากสถาบันการสอนภาษา จะทำให้คุณรู้เทคนิคการเรียนได้มากขึ้น และหากเจอคำศัพท์ที่ไม่เข้าใจในประโยค ลองใช้วิธีจากการดูคำศัพท์อื่นรอบๆ คำศัพท์นั้นก่อน ซึ่งคำศัพท์เหล่านั้นจะช่วยบอกใบ้ให้ทราบ แล้วลองเดาความหมายของคำศัพท์นั้นดู หรือจะขจัดข้อสงสัยและความไม่เข้าใจด้วยการถามอาจารย์ที่สอนภาษาอังกฤษหรือถามเพื่อนร่วมชั้นเรียน อย่าอายที่จะถามไม่ควรเก็บมันไว้


ภาษาอังกฤษไม่ยากหากมีความมุ่งมั่นและตั้งใจ

หัวใจหลักคือการเข้าใจความหมายของรากคำศัพท์ต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถแปลหรือเดาความหมายของคำศัพท์ได้ง่ายขึ้น หากมีการศึกษา prefix หรือ suffix จะช่วยให้คุณสามารถเดาความหมายของคำศัพท์ได้มากขึ้นเช่นกัน  สำหรับการออกเสียงในภาษาอังกฤษจะไม่เหมือนกับภาษาต่างประเทศอื่นๆ เพราะคำศัพท์ภาษาอังกฤษจะมีการลงเสียงหนัก เบา หรือเรียกว่าสเตรท( stress) นั่นเอง นอกจากนี้การเรียนโดยการดู DVD ที่เป็นเสียงซาวด์แทร็ค แรกๆ อาจจะเปิดซับไทยด้วย เพื่อให้คุณเข้าใจประโยค เมื่อคล่องแล้วในรอบถัดไป ลองทดสอบตัวเองด้วยการเลือกดูแบบไม่มีซับไตเติลก็จะทำให้เข้าใจมากขึ้น  การดูและฝึกฝน หลายๆ รอบ  จะทำให้คุณสามารถฝึกทั้งการฟังและการอ่านเป็นภาษาอังกฤษได้และจะทำให้คุณจดจำได้ดี รวมทั้งยังสามารถนำคำศัพท์และประโยคต่างๆ จากการดูหนังมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ เพราะประโยคที่พูดกันในหนังส่วนใหญ่จะเป็นภาษาพูดไม่ใช่ภาษาเขียน และที่สำคัญไม่ควรแปลประโยคจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยทันที ลองคิดเป็นภาษา อังกฤษและฝึกพูดกับตัวเอง ซึ่งการฝึกวิธีนี้จะทำให้คุณใช้ภาษาอังกฤษได้คล่องขึ้น พยายามใช้ภาษาอังกฤษให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แต่หากคุณเจอคำศัพท์ใหม่ที่คุณไม่เข้าใจ อย่ารีบแปลคำศัพท์คำนั้นแต่ลองแปลบทความโดยรวมก่อน จากนั้นค่อยกลับไปหาคำศัพท์นั้นอีกครั้ง
 

หากคุณรู้สึกว่าทำไมภาษาอังกฤษยากเหลือเกิน  ให้คิดบวกว่าอย่ายอมแพ้ และเพิ่มความพยายามจะทำให้คุณประสบความสำเร็จในที่สุด และอย่าคิดว่าคุณยังเด็กหรือแก่เกินกว่าที่จะเรียนภาษาอังกฤษ ซึ่งการเรียนรู้ไม่มีคำว่าสายเกินไป   

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น