![]() |
| สถาบันสอนภาษา Acknowledge |
ความคุ้มค่า
สถาบันแต่ละแห่งจะคิดค่าเรียนแตกต่างกัน
มีตั้งแต่หลัก 2,000 บาทต่อคอร์ส ขึ้นไปเรื่อยๆ
ไปถึงหลักหมื่นต้น ๆ ส่วนจำนวนชั่วโมงเรียนจะเป็นต่อคอร์ส
ซึ่งจะมีตั้งแต่ 20, 30 และ 40 ชั่วโมง
หรือมากกว่านั้น วิธีคำนวณที่ดีคือ เอาจำนวนค่าเรียนต่อคอร์สหารด้วยจำนวนชั่วโมง
แล้วคุณจะเห็นค่าเรียนที่คิดต่อชั่วโมง
ซึ่งจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายมากขึ้นว่าคุณพร้อมจะจ่ายในการเรียนของลูกน้อยต่อสถาบันหรือไม่
สำหรับหลักสูตรการเรียนการสอนผู้ปกครองลองตรวจ
สอบกับเจ้าหน้าที่ว่าหลักสูตรใดในสถาบันภาษาที่เหมาะกับเด็ก ส่วนใหญ่หลาย ๆ
สถาบันภาษาจะมีการทดสอบวัดระดับผู้เรียนก่อนลงทะเบียนเรียน ข้อสอบส่วนใหญ่จะประกอบด้วยข้อสอบข้อเขียน
และการสอบสัมภาษณ์จากอาจารย์ผู้สอน ซึ่งสถาบันภาษาอาจจะคิดค่าทดสอบ สถาบันบางแห่งก็ไม่คิด
ที่สำคัญอย่าลืมทำการควรตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ด้วยว่าการเรียนภาษาแต่ละหลักสูตจะทำให้ลูกคุณมีพัฒนาการทางภาษาได้มากน้อยแค่ไหน
อย่างไรบ้าง บางสถาบันมีให้ทดลองเรียนและให้คุณพ่อคุณแม่เข้าไปสังเกตการเรียนการสอนอีกด้วย
จำนวนนักเรียนในห้อง
แต่ละสถาบันบางแห่งมีจำนวนนักเรียนต่อหนึ่งห้องหรือหนึ่งชั้นมาก
แต่สถาบันบางแห่งน้อย ยิ่งจำนวนนักเรียนน้อย นั่นหมายความว่านักเรียนแต่ละคนจะมีโอกาสพูดคุยกับอาจารย์ผู้สอนได้มากขึ้น แต่ก็ต้องศึกษาอีกครั้งด้วยว่าสถาบันแห่งนั้น
เมื่อมีนักเรียนน้อย ค่าเรียนอาจจะแพงขึ้นหรือไม่?? หากเป็นการเรียนภาษาตัวต่อตัวยิ่งแพงขึ้นไปอีก การเลือกค่าเรียนที่ถูกมากไปแต่จำนวนนักเรียนต่อชั้นเยอะเกินไป
ก็อาจจะไม่คุ้มค่าก็เป็นได้ ซึ่งนอกจากสำรวจนักเรียนแล้ว อย่าลืมสำรวจอาจารย์ผู้สอน
ด้วยการตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ว่าอาจารย์ผู้สอนเป็นอาจารย์ชาวอะไร? และคุณเองต้องคิดว่าจำเป็นหรือไม่ว่าต้องเป็นเจ้าของภาษาเท่านั้น?
และอาจารย์ที่สอนมีประสบการณ์การสอน
หรือมีประกาศนียบัตรรับรองว่าได้รับการฝึกฝนการสอนภาษาอังกฤษให้ชาวต่างชาติหรือไม่?
หรือหากเป็นผู้สอนชาวไทยจะสามารถสอนให้เด็กๆ
รู้เรื่องและเก่งขึ้นได้แค่ไหน?? เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่คงไม่อยากให้ลูกได้เรียนกับเจ้าของภาษาที่ขาดประสบการณ์
หรือไม่ได้รับการฝึกเรื่องการสอนมาก่อนอย่าแน่นอน
สถานที่ตั้งของสถาบัน
การที่จะให้ลูกไปเรียนที่สถาบันต่างๆ ดูด้วยว่าจะให้เรียนช่วงเย็นวันธรรมดา หรือว่าช่วงวันเสาร์ อาทิตย์? หากเป็นวันธรรมดาลูกคุณจะเหนื่อยจากการเรียนปกติ
ที่เรียนมาจากโรงเรียนแล้วหรือไม่? และจะมีการสับสนของการเรียนในโรงเรียน
กับสถาบันนั้นๆหรือไม่ ?? แต่ไม่ว่าเรียนวันไหน
ทั้งคุณ และลูกก็ต้องเตรียมใจว่า ต้องเสียเวลาครอบครัวไปส่วนหนึ่งหากต้องการให้ลูกเก่งจริงๆ
สำหรับ สถานที่ตั้งของสถาบันก็เป็นเรื่องสำคัญเพราะคุณแม่อาจต้องใช้เวลาเดินทางไปรับส่งลูก
ดูด้วยว่านานแค่ไหน อย่าคิดว่าแค่การเสียเงินส่งลูกไปเรียนที่สถาบันต่างๆ ก็หมดหน้าที่ของคุณแล้ว
อย่าคิดว่าการส่งลูกไปเรียนสถาบันชั้นนำจะช่วยให้ลูกคุณกลายเป็น ระดับขั้นเทพภาษาอังกฤษ
เพราะทุกอย่างต้องมีการฝึกฝนเรื่อยๆ และคุณต้องคอยส่งเสริมให้ลูกได้มีโอกาสใช้ภาษาอังกฤษบ่อย
ๆ หรือกระตุ้นให้เด็กได้ทบทวนการใช้ภาษาเรื่อย ๆ เป็นประจำอย่างต่อเนื่องเพราะลองคิดดูแล้วว่า
หากไปเรียนสัปดาห์ละครั้ง สองครั้ง เพียงอย่างเดียว อาจไม่ได้ช่วยทำให้การเรียนรู้และความก้าวหน้าของเด็กๆ
เต็มที่อย่างแน่นอน
ก่อนส่งลูกไปเรียน
ปัจจุบันพ่อแม่หลายคนอยากส่งเสริมให้ลูกตัวเองมีความรู้ภาษาที่สามติดตัว
เพื่อที่จะได้เป็นต่อคนอื่นเพราะยุคดิจิตอลนี้เป็นยุคที่การเรียนรู้แค่ภาษาไทย ดูจะไม่พอเสียแล้ว
หากแต่การเรียนภาษาต่างประเทศเพิ่มโดยเฉพาะภาอังกฤษ นอกจากจะทำให้ดูโก้ ๆ แล้ว
ยังช่วยทำให้การเรียน หรือการทำงานรื่นไหลอีกด้วย แต่ก่อนจะตัดสินใจส่งลูกไปเรียนภาษาที่สามที่สถาบันต่างๆ นอกเหนือจากปัจจัยต่างๆ บนพื้นฐานที่ได้กล่าวถึงมาก่อนหน้านี้แล้ว
การเลือกสถาบันต่างๆ จะต้องพิจารณาจากหลายๆ องค์ประกอบด้วย
พ่อแม่บางคนกังวลว่าการส่งลูกไปเรียนในช่วงที่โตเกินไปจะทำให้เรียนลำบาก หรือมีปัญหาในเรื่องกระทบเรื่องการออกเสียง ทำให้มีความคิดว่าน่าจะส่งลูกเรียนตั้งแต่เล็กๆ
ดีกว่า ซึ่งจะว่าไปบางครั้งก็ไม่ได้หมาย ความว่าการเริ่มเรียนภาษาต่างประเทศ ตั้งแต่อายุน้อยๆ
จะช่วยให้เรียนรู้ได้ดีเสมอไป ควรตรวจสอบกับสถาบันว่าหลัก
สูตรเหมาะกับช่วงวัยของลูกคุณหรือไม่ ??
สถาบันบางแห่งไม่ได้มีหลักสูตรที่ออกแบบมาสำหรับเด็กเล็กโดยเฉพาะนั้น
แต่อาจจะต้องเป็นเด็กที่โตพอจะมีสมาธิ และอยู่นิ่งได้ในระดับหนึ่งที่จะทำให้สามารถนั่งเรียนคำศัพท์
และการใช้หลักภาษาได้ แต่หากส่งลูกที่อายุน้อยเกินไปไปเรียนภาษาร่วมกับเด็กโต
อาจจะทำให้เด็กรู้สึกอึดอัด และไม่อยากเรียนได้

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น