ระบบการศึกษาของประเทศไทยเราทุกวันนี้ ได้มีการพัฒนาทั้งมาตรฐานการเรียน การสอน รวมทั้งการขยายมหาวิทยาลัยหรือสถาบันทางการศึกษาทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่มีการกระจายตัวตั้งสถานศึกษาใหม่
ๆ ไปทั่วทั้งประเทศไทย โดย การส่งเสริมจากรัฐบาล อันเป็นความพยายามอย่างหนึ่งเพื่อยกระดับทางการศึกษาของไทย ให้ทัดเทียมต่างประเทศที่ได้ยอมรับว่ามีการพัฒนาในด้านการศึกษาสูง
หลักสูตรทางการศึกษาที่ใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนการสอนถูกพัฒนาและนำมาใช้จริงมากมาย
อาทิเช่น หลักสูตรอินเตอร์ในระดับปริญญา
หรือแม้กระทั้งตั้งแต่ในระดับประถมกันเลยทีเดียว
บางแห่งไม่ว่าจะเป็นวิชาวิทยาศาสตร์
คณิตศาสตร์ก็ยังคงใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนการสอนตลอดหลักสูตร โดยเฉพาะผู้ที่มีความประสงค์ต้องการจะย้ายไปตั้งถิ่นฐานในประเทศออสเตรเลีย
และประเทศนิวซีแลนด์ ที่ต้องมีผลการทดสอบทักษะทางภาษาดังกล่าว ความสำคัญของภาษาอังกฤษจึงเพิ่มมากขึ้นสำหรับนักศึกษายุคปัจจุบันสำหรับการวัดผลทางการศึก
ษาเพื่อวัดระดับทักษะทางภาษาอังกฤษที่เรามักได้ยินคุ้นหูกันชุดแบบทดสอบหนึ่งนั้นก็คือ
การทดสอบด้วยชุดทดสอบ IELTS
นั่นเอง
เหตุผลที่ต้องเรียน
IELTS
IELTS ย่อมาจากคำว่า International
English Language Testing System เป็นชุดแบบทดสอบเพื่อวัดทักษะความ สามารถทางภาษาอังกฤษแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบันจากนักศึกษาและสถานศึกษาทั่วโลกเพื่อใช้ประกอบการยื่นใบสมัครเข้ารับการคัดเลือกในการศึกษาในระดับต่าง
ๆ ก็ดี หรือใช้ในการคัดเลือกผู้มีทักษะทางภาษา อังกฤษเพื่อเข้าทำงานในบริษัทเอกชนที่มีความต้องการผู้มีทักษะทางภาษาอังกฤษที่ระดับสูงซึ่งกล่าวกันว่าแบบทดสอบทางภาษาอังกฤษ
IELTS นี้ เป็นที่ยอมรับจากองค์กรต่างประเทศกว่า 9,000 องค์กรทั่วทุกมุมโลก ด้วยเหตุนี้เอง IELTS จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะช่วยเป็นใบเบิกทางหนึ่งให้กับผู้ที่ทำการศึกษาจนเชี่ยวชาญไม่ว่าจะใช้ในการสมัครเข้าสอบในระดับชั้นการศึกษาระดับสูงต่าง
ๆ หรือการเข้าสมัครสอบในองค์กร บริษัทเอกชนชั้นนำต่าง ๆ ของโลก ซึ่ง IELTS เพื่อทดสอบนั้นจะเป็นแบบทดสอบทักษะทางภาษาอังกฤษที่จะวัดระดับทั้ง
(1) การฟัง (listening) (2) การอ่าน (reading) (3) การเขียน (writing) และการพูด (Speaking) ทั้งนี้ การทดสอบในหมวดต่างๆ จะมีการทดสอบภายในวันเดียวกัน หากแต่การทดสอบการพูด
(Speaking) อาจจะสอบต่อกันภายในวันเดียวกันหรือในภายหลังแต่ไม่เกิน
7 วันก็ได้
การทดสอบทั้งสี่หมวดเมื่อรวมเวลาที่ใช้ในการทดสอบแล้วจะต้องไม่เกิน
3 ชั่วโมง ในแต่ละชุดทดสอบของ IELTS จะมีจำนวนข้อที่ไม่แน่นอนโดยหมวด การฟัง (listening) และการอ่าน (reading) จะมีอยู่ประมาณ 30-40 ข้อ ขึ้นไป สำหรับการเขียน (writing) และการพูด (Speaking) นั้นไม่แน่นอนอยู่ที่เนื้อหาที่จะใช้ทดสอบในแต่ละครั้ง โดยการสมัครทดสอบกับ
IELTS นั้น สามารถสมัครผ่านระบบรับสมัครสอบทาง
Online ได้ หรือจะเดินทางไปสมัครเข้าสอบด้วยตนเองที่สถานที่รับสมัครสอบก็ได้เช่นกัน
เนื่องจากการทดสอบดังกล่าวถือได้ว่า มีค่าใช้จ่ายในการสมัครเข้าทดสอบที่สูงกว่า การทดสอบแบบอื่นผู้ต้องการเข้าทดสอบจึงควรเตรียมตัวให้พร้อมที่สุดก่อนเข้ารับการทดสอบและต้องมั่นใจจริง
ๆ ว่าตนเองจะสามารถทำแบบทดสอบได้เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเงินค่าสมัครสอบหลาย ๆ รอบ
ซึ่งหากรวมค่าเดินทางและเตรียมตัวสอบแล้วอาจจะทะลุหมื่นบาทได้
ความแตกต่างระหว่างเรียนเองกับสถาบันสอนภาษา
หลายคนที่มีความคิดจะเรียน IELTS ยังคงสงสัยอยู่ว่าการอ่านหนังสือหรือเรียนด้วยตนเองกับ เรียนที่สถาบันสอนภาษาอะไรดีกว่ากัน?? ซึ่งการเรียนนั้น
ข้อดีที่เห็นได้อย่างชัดเจนของการเรียนที่สถาบันสอนภาษานั้นคือได้รับการถ่ายทอดความรู้โดยตรงกับอาจารย์ผู้ชำนาญในการทำข้อสอบและการติวสอบ
IELTS รวมทั้งมี “เพื่อนร่วมเรียน” ที่อาจได้ช่วยกันจัดกลุ่ม
IELTS ซึ่งเป็นการสภาพแวดล้อม หรือหากคุณต้องการลดภาระค่าใช้จ่ายหรือไม่มีเวลาเดินทางไปศึกษาที่สถาบันสอนภาษาต่าง
ๆ การอ่านหนังสือเตรียมสอบด้วยตนเองก็ยังคงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ใครก็สามารถทำได้
โดยในปัจจุบันสถาบันสอบภาษาและติวสอบหลายแห่งจะมีหลักสูตรการสอนภาษาแบบทางไปรษณีย์หรือการส่งเอกสารหนังสือเตรียมสอบมาทางจดหมายเพื่อคุณจะสามารถอ่านหนังสือเตรียมสอบได้ตามขอบข่ายเนื้อหาที่สถาบันสอนภาษากำหนดไว้ วิธีการหรือหลักสูตรนี้ โดยทางสถาบันสอนภาษามักคิดค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่าหลักสูตรที่ต้องใช้การเดินทางมาเรียนโดยตรง กับอาจารย์ผู้สอนที่สถาบันทั้งค่าเรียนและค่าเดินทางรวมทั้งเวลาที่เสียไปกับการเดินทางอีกด้วย
อาจจะต้องแลกมาด้วยความอดทนและมีวินัยในตัวเองของผู้เรียนด้วย ซึ่งในความเป็นจริงนั้นสิ่งที่ดีที่สุดก็คือการเรียน
IELTS กับสถาบันสอนภาษาหรือติวสอบ IELTS ควบคู่กับการศึกษาด้วยตนเองจากตำราหนังสือเตรียมสอบต่าง ๆ
จึงจะได้ผลดีที่สุด หากแต่ถ้าคุณไม่มีเงินเพียงพอที่จะสมัครเรียนกับสถานบันสอนภาษาหรือติวสอบจริง
ๆ ตำราการเรียนการสอน IELTS และตัวอย่างข้อสอบ แบบทดสอบต่าง
ๆ ก็มีให้ศึกษาอยู่หลายช่องทางในปัจจุบันทั้งจากในระบบอินเทอร์เน็ตตามเว็บไซต์ต่าง
ๆ ที่มีการลงเนื้อหาให้ความรู้ในเรื่องการทดสอบภาษาอังกฤษด้วยระบบแบบทดสอบ IELTS หรือจะเป็นเอกสารหนังสือ หนังสือเตรียมสอบ IELTS
ที่มีวางขายอยู่มากมายตามท้องตลาดร้านหนัง สือ ไม่ว่าจะจัดทำโดยอาจารย์ชาวต่างประเทศเจ้าของภาษาอังกฤษตัวจริง หรือตำราจากอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในภาษา อังกฤษ
ซึ่งชาวไทยสามารถนำมาปรับปรุงและถ่ายทอดความรู้เป็นหนังสือให้ผู้อ่านที่เป็นนักศึกษาสามารถเรียนรู้และเข้าใจได้โดยง่ายกว่าตำราจากเจ้าของภาษาซะอีก
รวมทั้งตำราตลอดจนหนังสือที่มีการจัดทำขึ้นโดยสถาบันสอบภาษาและติวสอบต่าง ๆ ที่มีให้คุณเลือกซื้อหาเพื่อนำมาศึกษาด้วยตนเองมากมายหลากหลายเล่ม
เพียงแต่คุณมีความอุตสาหะและอดทนพยายามศึกษาเท่านั้น
ความสำเร็จก็คงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม
IELTS เพื่อการสอบนั้น จะแบ่งเป็น
9 ระดับด้วยกันเพียงแบ่งให้เห็นถึงระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษของผู้เข้ารับการทดสอบอย่างชัดเจน การสอบ IELTS จะต้องมีทักษะความรู้ความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ
ทั้งการฟัง การพูด การอ่านและการเขียน และจะต้องมีระดับทักษะความรู้ความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษแบบมีประสิทธิภาพ
และถูกต้องตามระเบียบแบบแผนทางภาษานั่นเอง

