วันเสาร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

การเรียนภาษาให้เก่ง

ยิ่งคุณรู้ศัพท์มากเท่าไหร่  ก็จะทำให้คุณสามารถพูดและเข้าใจได้มากขึ้นเท่านั้น เทคนิคในการจดจำคำศัพท์ ที่นิยมคือการพกการ์ดใบเล็กๆ ที่เขียนคำศัพท์ แบบที่มีคำแปลอยู่ด้านหลัง แล้วพกไปกับคุณทุกที่  ที่สำคัญในการเรียนภาษาคือจะต้องฝึกหัดอย่างจริงจัง อย่าแค่ท่องเอาไว้ในใจ ให้พูดหรืออ่านออกมาดังๆ ทุกครั้งที่มีโอกาส เพื่อจะได้ฝึกการอ่านออกเสียงของคุณให้เกิดความเคยชิน  และในส่วนของการทำการบ้านคือการฝึกฝนทักษะ ให้เป็นไปอย่างแม่นยำ จนทำให้กลายเป็นความชำนาญ และสามารถทำออกมาได้อย่างอัตโนมัติในที่สุด
               
เรียนให้มีประสิทธิภาพ
การเรียนภาษาให้เก่ง อาจจะต้องหาเวลาทบทวน และทำการบ้านบ่อยๆ ซึ่งสามารถฝึกพูดภาษาอังกฤษกับเพื่อนๆ เป็นประจำจะช่วยแก้ไขข้อบกพร่องให้กันและกันได้ แถมยังทำคุณจดจำได้แม่นยำยิ่งขึ้นด้วย แล้วลองมองหาจุดอ่อนในการเรียนของตัวเองให้เจอ เพื่อที่จะได้เพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้  หากคุณเป็นคนเงียบๆ และไม่ค่อยมีส่วนร่วมในชั้นเรียนก็พยายามบังคับตัวเองให้เลือกที่นั่งแถวหน้าในห้องเรียนและหมั่นตอบคำถามหรือกล้าแสดงความคิดเห็นให้บ่อยขึ้น พยายามหาโอกาสในการใช้ภาษา เพื่อสร้างความคุ้นเคยกับการเรียนให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยกับเจ้าของภาษา หรือเช่าหนังที่พูดภาษานั้นๆ มาดูหรือ จะหาแฟนที่เป็นเจ้าของภาษานั้นก็ไม่เลวนะ.. ซึ่งการหันมาทุ่มความสนใจหรือพูดง่ายๆ ก็คือ หายใจเข้าออกก็ให้เป็นภาษานั้นๆ ไปเลย เห็นอะไรก็ให้พูดเป็นคำศัพท์หรือประโยคต่างๆ  ไปพร้อมกับการเรียนรู้ภาษานั้นๆ ทั้งในและนอกห้องเรียนอย่างจริงจัง เต็มที่ถึงขนาดถึงขนาดถ้าฝันได้ก็อาจฝันเป็นภาษานั้นๆ ก็ดีเหมือนกันนะ

ทำลายกำแพงความกลัว
เพื่อทำลายกำแพงที่เป็นอุปสรรคในการเรียนออกไปให้เร็วที่สุด หากมีปัญหาหรือติดขัดอะไร ก็ต้องสอบถามครูผู้สอนหรือเจ้าของภาษานั้นทันที พยายามอย่าให้ตัวคุณสะดุดอยู่นานเกินไป ไม่เช่นนั้นอาจทำให้การเรียนเกิดความเบื่อหน่ายได้  ที่สำคัญอย่ากลัวพูดผิดเพราะความกลัวทำให้คุณไม่กล้า และการที่คุณพูดผิดก็ไม่ได้ทำให้โลกแตกหรอกนะ ดีไม่ดี คู่สนทนาอาจจะอยากช่วยเหลือคุณได้   ฝรั่งหลายคนเรียนรู้ภาษาไทยได้เร็วมากเวลาที่เค้ามาเที่ยวเมืองไทย นั่นเป็นเพราะมีความกล้านั่นเอง

หาตัวช่วยฝึกออกเสียง
สำเนียงการพูดอาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ถ้าสำเนียงเป๊ะๆ  ก็จะเป็นประโยชน์ต่อการสื่อสาร ทำให้คู่สนทนาก็ฟังกันเข้าใจมากขึ้น เพราะบางครั้งการเรียนที่ยากนั้นอาจไม่ใช่แค่การเปล่งสำเนียงที่ยากหรือฟังยากเท่านั้น แต่การออกเสียงคำ จะต้องทำให้ถูกตามหลักด้วย ลองมองหาตัวช่วยเพื่อการออกเสียงที่ดี อย่างการใช้ทอล์คกิ้ง ดิคชันนารี หรือจะเปิดดิคบนเว็บแล้วกดรูปลำโพงเพื่อฟังเสียง หรือทางลัดอีกวิธีคือ หาเพื่อนชาวต่างชาติมาคุยด้วยซะเลย จะได้ฝึกการใช้ภาษาอย่างเต็มที่ ไม่ต้องมานั่งอายเวลาออกเสียงด้วย และแม้คุณจะฝึกพูด แต่ก็อย่าลืมให้ความสำคัญกับการฟังด้วย เพราะการฟังไม่ว่าจะเป็นจากคนที่คุณคุยด้วย หรือ การดูตามสื่อต่างๆ จะช่วยทำให้การเรียนของคุณรู้จังหวะการพูด การเลือกใช้คำพูดตามสถานการณ์ และที่สำคัญถ้าสนทนากับคนอื่นจริงๆ การฟังจะช่วยให้คุณคุยกันถูกเรื่อง ไม่ใช่สักแต่ว่าพูดกันคนละเรื่องจะทำให้คู่สนทนาเบื่อได้

ดูหนังฟังเพลงฝรั่งฝึกพูดฝึกร้องตาม
วิธีนี้เบสิคและน่าทำตามที่สุดสำหรับการเรียนและยังฝึกคนเดียวได้ด้วย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการฝึกพูดจริงๆ  ลองเลือกซื้อซีดีหนัง soundtrack ในแนวที่คุณชอบดู แรกๆ เปิดดูแบบมีซับไตเติ้ลไปก่อน รอบสองรอบสามก็ฟังแบบไม่มีซับและค่อยๆ ฝึกพูดตามเสียงที่ได้ยิน วิธีนี้น่าทำตามที่สุด เพราะเมื่อต้องการฝึกภาษาจริงๆ คุณสามารถกด pause เพื่อฝึกพูดตามได้นั่นเอง นอกจากนี้การดูคอนเสิร์ต หรือดูมิวสิควีดีโอเพลงฝรั่ง ที่บางเพลงอาจมีเนื้อร้องให้เราได้เห็นคำต่างๆ  ซึ่งเป็นวิธีที่จะทำให้การเรียนภาษาสนุกมากขึ้น นอกจากจะได้รู้คำภาษาอังกฤษแล้ว ยังได้ร้องเพลงอีกด้วย ถือว่าเป็นการเรียนที่ผ่อนคลายมากๆ วิธีหนึ่ง หากทำเป็นประจะทำให้คุณรู้สึกรักเรียนมากขึ้น
 

แนะนำให้ใช้ภาษาอังกฤษทุกวันๆ ละ 10 นาที  จะดีมากๆ  หากคุณเรียนภาษามากกว่า 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์และนำไปใช้ แม้ว่าคุณจะไม่ได้อยู่ในประเทศที่พูดภาษาอังกฤษก็ตาม แต่ก็ยังมีวิธีอีกมากมายที่จะทำให้การเรียนภาษา ต่างประเทศ มีส่วนร่วมในชีวิตประจำวันของคุณได้ ชอบวิธีไหน ถนัดวิธีไหน ลองไปฝึกกันเพราะการเรียนภาษาที่สามให้เก่ง ไม่ได้ฝึกกันวันสองวัน และจะไปซื้อที่ไหนก็ไม่มีขาย อยากได้ต้องฝึกกันเอง บางคนเสียตังค์ไปหลายหมื่นแต่ไม่มีความพยายามพอก็ไม่ได้ผลเหมือนกัน ในขณะที่บางคนไม่ได้ควักกระเป๋าสตางค์สักบาท แต่สู้อุตส่าห์หาความรู้ด้วยวิธีต่างๆ ก็สามารถทำให้ตัวเองเก่งได้ จะบอกว่าบางครั้งวิธีการ ไม่สำคัญเท่ากับการมีความพยายาม แต่หากมีวิธีการที่ดีและมีความพยายามที่มากพอ เชื่อว่ามันจะออกมาดีมาก

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น