| ครูป๊อบอายกับน้องๆ |
เปลี่ยนความคิดเดิมๆ
ถ้าคุณคิดแบบนี้
เราว่ามันถึงเวลาที่คุณต้องปฏิวัติความคิดของตัวเองซะใหม่แล้ว
เพราะภาษาอังกฤษนั้นทำให้คุณเติบโตได้ดีในหน้าที่การงาน
นอกจากนี้การที่คุณสามารถอ่านออกเขียนได้ ยังเป็นช่องทางหนึ่ง
ที่คุณจะสามารถแสวงหาความรู้เพิ่มเติมจากสื่ออื่นๆ
ที่ยังไม่ได้รับการแปลเป็นภาษาไทย เพราะกระบวนการแปลนั้นใช้เวลาค่อนข้างนาน
กว่าข้อมูลจะมาถึงคุณได้
บางทีข่าวนั้นอาจจะเก่าเกินไปกว่าจะนำไปใช้ประโยชน์แล้วก็ได้ ถ้าอยากเป็นคนที่รู้ข่าวสารจากทั่วโลกอย่างรวดเร็ว
และทันเหตุการณ์ การภาษาอังกฤษจึงเป็นเรื่องที่คุณมองข้ามไม่ได้
และจำเป็นต้องฝึกฝนเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีในการนำไปใช้งานจริง
แต่นั่นยังแค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น
เพราะถ้าหากคุณสามารถฟังและพูดภาษาอังกฤษได้ดี ภาษีคุณดีกว่าคนอื่นอย่างแน่นอน
ประโยชน์ของการเรียนภาษาอังกฤษ
การที่เราจะทำอะไรสักอย่าง
เราต้องเห็นว่ามันมีคุณค่า ไม่เช่นนั้นแล้วเราก็จะทำมันให้พอผ่านๆ ไป แต่ถ้าเรารู้และมั่นใจว่าสิ่งที่เราลงทุนลงแรงไปนั้น
จะก่อให้เกิดประโยชน์งอกเงยขึ้นมาแล้วล่ะก็ เราเองก็ไม่ลังเลที่จะต้องทำสิ่งนั้นๆ
ถึงแม้ว่ามันจะต้องทุ่มเททั้งกายและใจ
เพื่อที่จะได้ผลลัพธ์ที่เราต้องการอย่างแน่นอน ไม่เว้นแม้แต่ประโยชน์ของการเรียนภาษา อังกฤษ เพื่อที่จะได้มีแรงบันดาลใจในการเพิ่มทักษะการเรียนและสามารถนำไปใช้งานได้จริง
จนทำให้เกิดเป็นรายได้ได้ดีอีกด้วย
ดีอย่างไร??
เริ่มต้นจากประโยชน์เด็ดๆ เลยก็คือภาษาอังกฤษจะเป็นใบเบิกทางให้เรา
ทั้งในเรื่องของการเรียน การทำงาน การทำความรู้จักผู้คนใหม่ๆ เพราะสมัยนี้การเรียนเป็นสิ่งสำคัญมากๆ
ทุกวิชา โดยเฉพาะวิชาภาษาต่างประเทศ
ต่อไปนี้การภาษาอังกฤษจะไม่ได้มีผลแค่เกรดในชั้นเรียนอีกต่อไปแล้ว
เพราะในตอนนี้ตามมหา วิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศไทย ได้ให้ความสนใจเรื่องความสามารถทางภาษาของนิสิตและนักศึกษาเพิ่มมากขึ้น
โดยบางคณะของมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่างมหาวิทยาลัยมหิดล
และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
คัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรีด้วยคะแนนโทเฟล (TOEFL) เพียงอย่างเดียวเท่านั้น
นี่ยังไม่รวมบรรดาภาคอินเตอร์ต่างๆ ของทุกมหา วิทยาลัย ที่เปิดรับด้วยคะแนนตัวนี้
ถ้าใครคะแนนดี ไม่จำเป็นต้องสอบก็เข้าเรียนได้เลยล่ะ และล่าสุด
คณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น ก็ได้ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการแล้วว่า
ใครที่ต้องการจะเรียนแพทย์ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ต้องยืนผลสอบคะแนนโทเฟล (TOEFL) ด้วยเช่นกัน และต้องยื่นคะแนนทุกคน ไม่มีข้อยกเว้นแต่อย่างใด
ซึ่งเกณฑ์คะแนนที่เขากำหนดเอาไว้ก็สูงเอาการเลยทีเดียว
ต่อไปใครจะเป็นหมออังกฤษต้องแม่นนะ
และแน่นอนว่ากำลังจะขยายผลการใช้งานนี้กับคณะอื่นๆ อีกด้วย
แม้แต่การทำงาน
เดี๋ยวนี้เราจะค้าขายกันเฉพาะในประเทศคงไม่ไหวแล้ว เพราะตลาดโลกนั้นใหญ่มากส่งผลให้โอกาสทำเงินเข้ากระเป๋ามีเยอะกว่าถ้าหากเราสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้
โดยเฉพาะใครที่มีคะแนนโทอิก (TOEIC)
รับรองได้เลยว่ามีโอกาสได้ขึ้นเงินเดือนมากกว่าคนอื่นด้วย
อย่างเช่นบางบริษัทของไทย ถ้าพนักงานคนไหนได้คะแนนโทอิก (TOEIC) มากกว่า 500 คะแนน จะได้ขึ้นเงินเดือนอีก 3000-5000
บาท ถ้าหากใครได้คะแนนสูงกว่า 800 คะแนน
เงินเดือนจะขึ้นมากถึง 8000-12000 บาท โดยค่าสมัครสอบอยู่ที่
1800 บาทเท่านั้น
นี่ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่คนวัยทำงานให้ความสนใจกับเจ้าโทอิก (TOEIC) กันมากเป็นพิเศษ
ผลพลอยได้จากการเรียน
ดูตัวอย่างง่ายๆ
กับเงินค่าจ้างล่ามกับนักแปลนั้นไม่เท่ากัน
สมมติว่าอาทิตย์หน้าจะมีงานประชุมนานาชาติเกี่ยวกับเทคโนโลยีล้ำสมัยสำหรับปี 2017 โดยผู้จัดได้นำนวัตกรรมจากต่างประเทศเข้ามานำเสนอขายให้แก่บริษัทใหญ่ๆ
ในไทย ซึ่งตัวแทนจากองค์กรที่เป็นเจ้าของผลงานบินมาขายด้วยตัวเอง
แบบนี้คุณอาจจะจำเป็นต้องจ้างล่ามติดตามตัวสักวันหนึ่ง
คุณรู้หรือไม่ว่าค่าตัวพวกเขานั้นแพงแค่ไหน ล่ามเหล่านี่ได้รับค่าเหนื่อยวันละ 3000-
25,000 บาท ต่อการแปลภาษาแบบฉับพลันให้คุณภายใน 1 วัน ล่ามมืออาชีพบางคนหาเงินได้มากกว่าเงินเดือนของใครหลายๆ
ทั้งเดือนด้วยซ้ำไป แต่ลองมาเปรียบเทียบกับนักแปลเอกสาร ที่ค่าแปลต่อ 1 หน้า นั้นมีราคาอยู่ที่ 300-1,000 บาท
ซึ่งไม่ได้หมายความว่าในแต่ละวันจะมีงานเข้ามามากมายนัก
เพราะเอกสารส่วนใหญ่มักเป็นข้อมูลจำเพาะ หรือถูกสรุปมาเรียบ ร้อยแล้วนั่นเอง
ซึ่งข้อมูลสินค้า 1 ตัว ก็มักจะย่อมาให้ไม่เกิน 1 หน้ากระดาษ A4 เท่านั้น
ดังนั้นรายได้ของล่ามหรือคนที่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้
จึงมักจะสูงกว่าคนที่อ่านเขียนได้
ทำให้เห็นได้ว่าคนที่เรียนห้เก่งและชำนาญจะทำให้มีประสบการณ์ดีๆ
ซึ่งอาจนำไปสู่โอกาสดีๆ
และแน่นอนว่าย่อมจะทำให้มีรายได้ที่สูงกว่าคนที่ไม่รู้ภาษาอังกฤษแน่นอน รู้แบบนี้แล้ว เริ่มอยากที่จะเรียนภาษาอังกฤษกันขึ้นมา
แล้วหรือยัง ???
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น