| ครูแอนกับการสอนภาษาเยอรมัน |
ฝึกฟังแล้วพูดตาม
ขั้นตอนแรกๆ ของการเรียน คือการฝึกฟังแล้วเลียนเสียงด้วยการพูด ไม่จำเป็นต้องทราบความหมาย หรือแปลออก
ก็เหมือนกับเราเริ่มพูดภาษาไทยนั้นล่ะ แรกๆ เราก็ไม่รู้ความหมายเท่าไหร่นักแค่เปล่งเสียงอออกมา ภาษาเยอรมันก็เช่นกันพูดออกมา เริ่มต้นด้วยคำพูดพื้นฐาน พ่อ แม่
แล้วสิ่งรอบๆ ตัว ค่อยๆ ซึมซับ แล้วค่อยหันมาจดบันทึก หรือแม้แต่การพูดซ้ำๆ เขียนซ้ำๆ
เป็นประจำทุกวันนี้เป็นการแทรกความรู้ ความเข้าใจไปในตัว
บอกไว้ก่อนเลยว่าการเรียนภาษาทั้งหลายหากไม่ได้มีพ่อ แม่
หรือผู้ปกครองเป็นเจ้าของภาษา เป็นการเริ่มต้นจากศูนย์ด้วยกันทั้งหมด
ไม่จำเป็นต้องมีพรสวรรค์ มีแค่เพียงความตั้งใจ และพรแสวงก็เพียงพอแล้ว
นำมาใช้ในชีวิตประจำวัน
เราสามารถนำมาเชื่อมต่อกับชีวิตประจำวันรอบๆ
ตัวเราได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะดีกว่ามั้ย หากมองไปรอบๆ
ตัวเราเต็มไปด้วยสื่อการเรียน เช่นโต๊ะ
เก้าอีก หรือสิ่งของที่ใช้ในชีวิตประจำวันจะต้องแม่น หรือไม่ก็แปะโน้ต
ไว้ดูให้ชินตา วิธีการเหล่านี้ทำให้คุณเองรู้สึกคุ้นเคยกับภาษา
ไม่รู้หรอกนะว่าคุณเองเลือกภาษาเยอรมันด้วยเหตุใด แต่เมื่อเลือกเรียนมาแล้วต้องทำให้เต็มที่
จะได้ไม่เสียเงิน เสียเวลาเรียน ในการเรียน ส่วนน้อยที่จะมีเจ้าของภาษามาเป็นผู้ฝึกสอนในการพูด
เนื่องจากส่วนใหญ่เราจะใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลางแนะนำให้ฟังวิดีโอ
หรือบทการสนทนาเป็นภาษาเยอรมัน ฝึกพูดตาม แล้วคุณจะเข้าถึงภาษาได้ไม่น้อย บางครั้งในการเรียนภาษาเยอรมันไม่เพียงแค่สำเนียงที่ฟังยาก
การออกเสียง หรือสะกดคำอาจมีความผิดเพี้ยนไปด้วย และควรให้ความสำคัญกับการฟังด้วย
แม้ว่าจะเป็นช่วงที่เราฝึกพูดก็ตามเพื่อสำเนียงที่เปะยิ่งขึ้น
มองทุกอย่างให้เป็นภาษาเยอรมัน
ทางลัดในการเรียนที่ดีที่สุด และน่าจะทำให้เข้าใจที่สุด
คือคุณเองจะต้องรู้คำศัพท์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่แนะนำให้ใช้วิธีการท่องจำ
ลองดูวิธีที่ดีกว่านั่นคือหมั่นทบทวนในสิ่งที่เรียนมาอยู่ตลอดเวลา เช่นคุณเดินตลาด
ให้มองทุกอย่างเป็นภาษาเยอรมัน หากจุดไหนคิดคำศัพท์ไม่ออกจำไว้
แล้วกลับมาเปิดดิกชันนารีที่บ้าน และเมื่อได้คำศัพท์พื้น ฐานแล้ว
สิ่งที่จะทำให้การเรียนภาษาของคุณก้าวกระโดดได้คือการรู้คำศัพท์ที่มีความหมายเหมือนกัน
หรือตรงข้าม เวลาที่เราทำความเข้าใจหรือทบทวนก็จะได้เรียนรู้คำศัพท์เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม
สมุดพกไว้อย่าได้ห่าง
สำหรับคำศัพท์ยากๆ หรือไม่รู้ จำไม่หมด
การจดบันทึกเป็นวิธีการที่ดีที่สุด หรือไม่หากไปเจอกับคำศัพท์แปลกๆ
ที่ไม่เคยเจอจากที่เรียนมา ก็สามารถเอามาศึกษาต่อ หรือนำมาทำความเข้าใจ
ให้ง่ายขึ้น เพื่อทำการฝึกฝน และเรียนรู้ตลอดเวลา เพราะเมื่อได้เรียนมาพอสมควร
รู้คำศัพท์มากพอตัว บทเรียนต่อไปจะเป็นการฝึกเขียนประโยค การเขียนประโยคไม่ได้มีกฎเกณฑ์ตายตัว
แต่เป็นการนำคำศัพท์ที่เรียนมาประกอบเป็นประโยค แนะนำให้ฝึกแต่งประโยคขึ้นมาเอง
หากมีข้อสงสัยให้ถามครูที่เราเรียน
อย่ากลัว
การพูดอย่าไปกลัว
หรืออายหากพูดผิด ไม่มีใครมาหัวเราะคุณหรอก คิดเสมอว่าแค่เพียงเรียน เพื่ออ่านออกเขียนได้ เพียงเท่านี้ก็เก่งแล้ว แต่มันย่อมไม่ใช่จุดจบ
หรือสิ้นสุดเพียงเท่านี้ คุณจะต้องมีความพยายามขวนขวายให้ได้มากกว่าที่เป็นอยู่
ด้วยการพูดหรือสนทนากับเจ้าของภาษาเอง
ดีไม่ดีตัวช่วยที่ทำให้เราพูดเก่งขึ้นคือคู่สนทนาของเรา เวลาที่พูดผิดพุดถูกจะได้รับคำแนะนำที่ถูกต้อง
จะเห็นได้เลยว่าคนที่สามารถเรียนได้เร็วนั้น ส่วนหนึ่งมาจากความกล้า
กฎเหล็ก
ข้อยกเว้นที่เป็นกฎเหล็กของการเรียนที่จะต้องจำให้ได้
คือ การเริ่มเข้าสู่วิชาการมากขึ้นสำหรับการภาษาเยอรมัน
ไม่แตกต่างไปจากภาษาอังกฤษคือจะมีกฎเหล็ก หรือข้อแตกต่างไม่ว่าจะเป็นด้านการเขียน
การออกเสียง หรือการอ่าน เป็นหน้าที่ที่คุณจะต้องท่องจำ
หรือทำความเข้าใจกับสิ่งเหล่านั้น
หลักการจำ
หากต้องมานั่งท่องจำโครงสร้างในของภาษาเยอรมัน
มันคงจะไม่ใช่เรื่องที่สนุกอย่างแน่นอน ให้คุณยกตัวอย่างที่คุณเองสามารถเข้าใจง่าย
หากประโยคที่สามารถมองเห็นโครงสร้างได้ง่าย จำง่ายมาเป็นโมเดลประโยค คล้ายๆ
กับการท่องเสียงลือเสียงเล่าอ้าง เป็นต้นแบบของโครงสี่สุภาพในภาษาไทย
พอจะนึกภาพออกแล้วใช่มั้ย เพราะหากชอบวิธีการไหนลองนำไปฝึกกันดู
จะได้เรียนได้อย่างสนุกและเข้าใจมากขึ้น
แต่ทั้งนี้คุณเองจะต้องใจเรียนและมองให้เป็นเรื่องที่น่าสนใจ ค้นหาสิ่งที่น่าสนใจ
หรือจุดเด่นในตัวภาษา เพียงเท่านี้ก็จะทำให้คุณไม่เบื่อ หรือจำเจอีกต่อไป
อย่าไปวิ่งหนีภาษาเยอรมัน
หายใจเข้าลึกๆ แล้ววิ่งชนมัน อย่าไปกลัวว่าคุณทำไม่ได้
ไม่มีใครที่รู้มาตั้งแต่เกิด คนเราทุกคนเริ่มต้นมาจากศูนย์ด้วยกันทั้งนั้น มันไม่ใช่ภาษาพ่อ
ภาษาแม่เราอีกด้วย แต่ในทางกลับกันหากคุณเก่งและเรียนรู้ได้เร็วจะเหนือกว่าคนอื่น
ความรู้เป็นสิ่งไม่ตาย หากมีโอกาสอย่าปล่อยให้มันผ่านไปเสียล่ะ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น